บทที่ 19 องค์กรมืด (08)
ดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ถูกส่งเข้ามาอยู่ในมือของพยัคฆ์ด้วยฝีมือของนาคิน ซึ่งวันนี้พยัคฆ์อารมณ์ดีมากเป็นพิเศษ ข่าวที่พาดหน้าหนังสือพิมพ์ทำให้เขาชื่นมื่น มีความสุข ชอบที่จะได้เห็นอีกฝ่ายหัวปั่นและเขาจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้อย่างแน่นอน
โดยภรรยาตีทะเบียนอย่างเพียงรัมภาก็ต้องเหลือบตาขึ้นมองอย่างสนใจ เพราะหญิงสาวนั้นชื่นชอบกุหลาบขาว แต่ก็รู้ดีว่ากุหลาบช่อนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับหล่อน ก่อนที่จะหลบตาลงต่ำและขยับตัวหนีเมื่อมารตัวร้ายเดินเข้ามาใกล้
“อยากได้หรือรัมภา” น้ำเสียงขบขันเอ่ยถามราวกับต้องการตอกย้ำและเยาะเย้ย
“เปล่าค่ะ รัมภาไม่ได้อยากได้” จนปัญญาที่จะก้าวหนีเมื่อถอยเท้าจนมาชนกับผนัง ซึ่งยิ่งทำให้หวาดกลัวเมื่อชายหนุ่มยื่นหน้าเข้ามาใกล้และหอมลงที่แก้มนวลทั้งสองข้าง “อย่าค่ะ…คุณพยัคฆ์” รู้สึกอดสูยิ่งนัก การกระทำของชายหนุ่มราวกับคนตัวเล็กคือขยะริมทาง เขาอยากจะทำอะไรก็ทำไม่ได้สนใจกับความรู้สึกของหล่อนแม้แต่น้อย
“ทำไมล่ะรัมภา ถ้าอยากได้กุหลาบแบบนี้ก็ต้องตามใจฉันหน่อยสิ” มารร้ายเหยียดยิ้ม
“รัมภาไม่ได้อยากได้ ไม่เคยอยากได้ของอะไรจากคุณ เพราะมันไม่มีความจริงใจ มีแต่คำว่าหลอกลวง” เหยียดเรียวปากได้รูปขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกสะอิดสะเอียนชายตรงหน้ายิ่งนัก ก่อนที่จะนิ่วหน้าเพราะความเจ็บ
“ปากดีจังนะรัมภา” ใบหน้าคมยังวนเวียนอยู่ที่ใบหน้าขาวก่อนที่จะผละออกห่าง “คืนนี้รอจนกว่าฉันจะกลับมา ห้ามนอน ถ้าฉันกลับมาแล้วไม่เห็นเธอนั่งอยู่ตรงนี้ ฉันเอาเธอตายแน่เพียงรัมภา” เขาหัวเราะร่วนเมื่อเห็นสีหน้าของภรรยา แถมยังรู้สึกสะใจอีกด้วย
“ค่ะ” ได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่งและต้องทำตามบัญชามารอย่างไม่มีทางขัดขืน
“ดีมาก” มุมปากกระตุกยิ้ม เท้าก็สาวออกห่างมุ่งตรงไปยังหน้าบ้านในทันที โดยวันนี้ชายหนุ่มเลือกที่จะขับรถเบนซ์คันหรูไปรับสาวสวยอย่างริสา จากนั้นก็รีบขับรถมุ่งหน้าออกไปรับริสาที่คอนโดมิเนียม
ดินเนอร์หรูแสงไฟสลัวๆ มีเทียนต้นน้อยถูกจุดอยู่รายล้อมพร้อมกับประดับดอกไม้สีสันสดใส ทำให้บรรยากาศรอบๆ โรแมนติกแสนหวานฉ่ำ และร้านแห่งนี้ก็ถูกเหมาไว้ทั้งร้านเพื่อต้อนรับสาวสวย ซึ่งนับว่าร้านแห่งนี้เป็นร้านดังและขึ้นชื่อทีเดียว
เก้าอี้ถูกเลื่อนด้วยมือหนาของนักธุรกิจหนุ่มรูปงาม พร้อมกับส่งยิ้มทรงเสน่ห์ไปให้ริสา แววตาก็วาววับเปล่งประกาย ไม่นานก็เคลื่อนย้ายตัวเองไปยังเก้าอี้ตรงข้ามกับสาวสวย ก่อนที่จะนั่งลงอย่างสง่างาม และก็มีพนักงานเดินเข้ามารินไวน์ลงแก้ว
“สวยจังค่ะคุณพยัคฆ์” หันมองไปรอบๆ แล้วต้องยิ้มอวดฟันขาว รู้สึกพอใจกับบรรยากาศรอบๆ ยิ่งนัก แถมยังมีกลิ่นหอมจากดอกไม้ ยิ่งทำให้ถูกอกถูกใจมากเป็นพิเศษ แววตาก็แอบเป็นประกายเพ้อฝัน ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็ง
“ถ้าคุณริสาชอบผมก็ดีใจครับ” น้ำเสียงของพยัคฆ์นุ่มลึกน่าหลงใหล
“แต่ริสาว่าคุณพยัคฆ์ไม่น่าต้องทำถึงขนาดนี้หรอกค่ะ เปลืองเงินเปล่าๆ เดี๋ยวภรรยาของคุณจะว่าเอาได้นะคะ” ริสาแสร้งทำตัวเป็นคนดี แต่ภายในจิตใจหาได้รู้สึกเช่นนั้น เพราะเป้าหมายของเจ้าหล่อนคือเข้ามาแทรกกลางระหว่างพยัคฆ์และภรรยา
“ภรรยาของผมเป็นคนใจกว้าง ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณริสา” เขาลอบหัวเราะอยู่ในลำคอ ก่อนที่จะยกแก้วไวน์สีใสขึ้นและชนกับแก้วของอีกฝ่าย “เพื่อมิตรภาพที่ดีสำหรับเราครับคุณริสา” ไม่ได้สนใจและไยดีความรู้สึกของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาเลยสักนิด แถมยังจะชอบใจเพราะเกมครั้งนี้จะยิ่งสนุกเมื่อริสาเดินติดกับดักเข้ามาร่วมเกม
“ค่ะเพื่อมิตรภาพที่ดีของเรา” ยกไวน์ขึ้นจิบและส่งสายตาแพรวพราวให้อีกฝ่าย
ไม่นานนักอาหารเลิศรสราคาแพงลิ่ว แต่ละจานเฉียดหมื่นก็มาเรียงรายอยู่เบื้องหน้าของทั้งสอง มือหนาลงมือตักอาหารให้กับริสาอย่างเอาใจ ทุกครั้งก็จะมีรอยยิ้มทรงเสน่ห์หวานเยิ้มส่งไปให้ น้ำเสียงและท่าทางซึ่งแสดงออกก็อ่อนโยน นุ่มนวลราวกับหญิงตรงหน้าคือคนรัก
ริสาต้องหัวเราะร่วนและแก้มแดง เพราะพยัคฆ์เล่าเรื่องขบขันและชอบทำให้เจ้าหล่อนต้องเขินอาย หลังจากทานอาหารรสเลิศ สิ่งที่ตบท้ายซึ่งขาดไม่ได้นั่นก็คือ การเต้นรำท่ามกลางแสงเทียนสีเหลืองนวล และสิ่งที่ทำให้ริสาร้อนผ่าวก็คือรสจูบที่เผ็ดร้อน รุกเร้าแต่เอาใจ ก่อนที่ทั้งสองจะกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันกลมดิก
เข็มหน้าปัดนาฬิกาบอกเวลาว่าล่วงเลยมาค่อนคืน กรอบหน้าเริ่มโรยรา อ่อนแรงและหาวหวอดๆ แต่จำเป็นต้องถ่างตารอคอยสามี เนื่องจากรับรู้ดีว่าถ้าไม่ทำตามบัญชานั้นจะต้องเจอกับบทลงโทษที่หนักหนาเพียงใด ซึ่งหล่อนต้องเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาไม่รู้กี่สิบหน
ชะเง้อคอยืดยาวจนเวลาล่วงเลยมาอีกหนึ่งชั่วโมง ตีหนึ่งครึ่งเข้าไปแล้วที่มารร้ายก็ยังไม่เหยียบย่างมาถึงบ้าน ที่ต้องมานั่งกระวนกระวายเพียงรัมภาไม่ได้มีความสนใจแต่ต้องจำใจต่างหาก หล่อนอยากจะล้มตัวลงพักผ่อนเต็มที แต่มารร้ายก็ยังไม่กลับมา
